ครึ่งหลังของเชลซี คงไม่หวานหมูอีกแล้ว

อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมคนเก่งของ เชลซี นั้น ก็ได้ออกมายกย่องลูกทีมนะครับที่สามารถเก็บชัยชนะติดต่อกันได้สำเร็จเป็นระยะเวลา 13 นัดที่ผ่านมานั้น ซึ่งในตอนนี้ก็สามารถที่จะขึ้นแท่นเป็นจ่าฝูง ซึ่งครึ่งหลังของฤดูกาลตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนั้นเกมของเชลซี ก็จะไม่ง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากอีกต่อไปแล้วนะครับ เพราะคู่แข่งที่จะเจอกับเชลซีนั้นก็คงจะปรับตัวให้มีความแข็งแกร่งอยู่เช่นกัน

สถิติที่ผ่านๆ มาของเชลซีนั้นก็ต้องยอมรับนะครับจากการที่ได้ลงเล่นถึง 19 นัดก็สามารถที่จะเก็บชัยชนะติดต่อมาได้ 13 นัดรวด(ข้อมูลจากเว็บ sbobet) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยนะครับในฤดูกาลนี้ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมรวมถึงความสมบูรณ์ของทีม และในเกมล่าสุดนั้นก็สามารถที่จะเปิดบ้านเอาชนะ สโต๊ด ซิตี้ ไปได้ 4-2 ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ดีส่งท้ายปีของเชลซีอีกด้วย ถึงแม้ว่าในตอนนี้เชลซี จะนำเป็นจ่าฝูงอยู่นั้นแต่ก็จะประมาทไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวนะครับเพราะลิเวอร์พูลทีมรองจ่าฝูง ก็มีคะแนนทิ้งห่างเพียงแค่ 6 แต้มเท่านั้น ซึ่งถือเป็นงานที่ยากสำหรับคอนเต้ เป็นอย่างมากนะครับที่จะให้ลิเวอร์พูลนั้นอันดับร่วงไปแบบง่ายๆ แต่อย่างไรก็ตามนั้น  นับตั้งแต่ครึ่งหลังของฤดูกาลนี้เป็นต้นไปนั้นเชลซี ก็จะต้องเจอกับเกมที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่จะกระตุ้นให้ลูกทีมนั้นมีความฟิต ความพร้อม และความสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา เพราะในแต่ละนัดนั้นสามแต้มคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ถ้าเกมไหนพ่ายเก็บสามแต้มมานั้น ลิเวอร์พูลก็จะเสียบขึ้นแท่นจ่าฝูงทันที แต่อย่างไรก็ตามนั้นความฟิตของเชลซี นั้นก็เกินร้อยอยู่แล้วนะครับ คิดว่าเกมในนัดต่อๆ ไป เชลซีคงทำได้อย่างดีแน่นอน

ไก่หวังขึ้นแท่น 1 ใน 4 เตรียมกัดจิกวัตฟอร์ด

ไก่เดือยทอง ในเกมที่จะบุกไปถิ่น วัตฟอร์ด นั้นก็เตรียมที่จะเน้นเกมรุกเปิดศึกเก็บชัยชนะในเกมนี้ให้ได้นะครับ เพราะดูเหมือนตอนนี้ สเปอร์ส ก็คงที่จะหวังขึ้นแท่น 1 ใน 4 ให้ได้นั่นเอง ซึ่งความพร้อมและความฟิตในตอนนี้ทางด้าน ไก่เดือนทองก็น่าจะส่ง แฮร์รี่ เคน ลงทัพเพื่อที่จะล่าตาข่ายในเกมนี้ให้ได้

ความพร้อมในตอนนี้ของ วัตฟอร์ด การคุมทีมของ วอลเดตอร์ มาซซาร์รี่ นั้นในเกมล่าสุดก็ดันไปเปิดบ้านเสมอกับ คริสตัล พาเลซ 1-1 โดยในเกม 6 นัดล่าสุดนั้นก็สามารถที่จะเอาชนะได้เพียงแค่ 1 นัดเท่านั้นเอง โดยความพร้อมล่าสุดของทีมในตอนนี้นั้น ทางด้าน ดาริล ยันมาต กับ วาลอน เบห์รามี่ นั้นก็ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่ ซึ่งคาดการณ์กันไว้ว่าน่าจะต้องพักรักษาตัวยาวนานถึง 3 สัปดาห์ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ระบบการเล่นของทีมมีปัญหาแน่นอน ผมมองว่าความพร้อมในตอนนี้ของ วัตฟอร์ด แทบไม่ค่อยมีนักเตะตัวหลักสักเท่าไรนะครับ แต่ยังดีที่ได้ทาง เคร็ก แคธคาร์ท ก็ได้กลับมาซ้อมปกติแล้วนั่นเอง ส่วนทางด้านสเปอร์ส นั้น เริ่มฟอร์มก็ถือว่าดีอยู่นะครับเพราะ 3 เกมนัดล่าสุดนั้นก็สามารถที่จะเอาชนะมาได้ติดต่อกัน โดยตอนนี้ โทบี้ อัลเดอร์แวเรลด์ นั้นก็พร้อมที่จะคืนความฟิตลงสู่สนามเรียบร้อยแล้วนะครับ การจัดเกมในศึกนี้นั้นก็คิดว่าไม่น่าจะปรับเปลี่ยนอะไรไปมากกว่าเดิมจากเกมที่ผ่านๆ มา โดยสถิติของทั้งสองทีมที่ได้เจอกันนั้น ทางด้านวัตฟอร์ด นั้นก็ยังไม่เคยที่จะเอาชนะสเปอร์สได้เลยแม้แต่เกมเดียวนะครับ แต่ผมมองว่าเกมนี้ถ้าสเปอร์สประมาทโอกาสของวัตฟอร์ดนั้นมีสูงอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามนั้นงานนี้สเปอร์สตั้งเป้าหมายไว้ที่ 3 แต้มถ้าไม่ได้ละก็ การที่จะขึ้นแท่น 1 ใน 4 ก็น้อยลงไปทุกทีนั้นเอง

เรือใบถล่ม ไทเกอร์สพังยับดับคารัง

ข่าวฟุตบอลโดยทีมงาน แทงบอลออนไลน์ มาได้ไง 3ลูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นผู้ชนะไปแบบขาดลอย 0-3 หลังจากที่เกมในครึ่งแรก Mike Phelan ทำได้ดีมากยันเกมรุกของแมนฯซิตี้ได้ทุกทางไม่ว่าจะมาจากลุกกลางอากาศหรือทางริมเส้นทำให้เกมนี้มองเห็นว่า ฮัลล์ ซิตี้ เตรียมแผนตั้งรับได้ดีมากด้วยการวางหลัง3 กลาง 6 หน้าเป้า 1โอกาสของทีมฝั่งทีมเยือนก็มีไม่ได้เยอะมากนักจนมาครึ่งหลีง เป๊ป กวาดิโอล่า กุนซือหัวใส คิดการแก้เกมมาได้แล้วก็ทำให้ทีมพลิคจากหน้ามือเป็นหลังมือ เกมที่ขึ้นยาก จบได้น้อยเริ่มมีโอกาสมากขึ้น ตั้งแต่นาทีที่ 72 แมนฯซิตี้ มาได้จุดโทษพลิคชะตา ยาย่า ตูเร่ เป็นคนสังหาร โชว์ยิงเหนือชั้นให้เจ้านายดูว่าของจริงเป็นอย่างไรพา เรือใบขึ้นนำ 0-1

ต่อมาเพียงแค่ 6 นาที จังหวะนี้เป้นการโต้กลับที่สวยงาม บอลอยู่ที่ เควิน เดอะบรอยน์ กลางสนาม แล้วมาให้กับ ซิลบา ตัดหลังจากทางฝั่งขวา แล้วปาดบอลไปที่เสาสองให้กับ อิฮีนาโช่ ที่ว่างควบม้าไล่ตามมาเรื่อยๆ จนมาจบสกอร์ได้ทันทำให้ แมนซิตี้ขึ้นำเป็น 2-0 ต้องชมกองหน้าดาวรุ่งรายนี้ว่าวิ่งหาพื้นที่ได้ดีจริงๆ มาถึงประตูสุดท้าย แมนซิตี้ยังเป็นฝ่ายที่ทำประตูได้ การสวนกลับจากแมนซิตี้อีกครั้งขึ้นมาทางฝั่งซ้ายที่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เลี้ยงจี้ล็อคไปมาจนได้โอกาสเปิดแต่บอลไปตรงตัวของ คูติส เดวิส บอลไปโดนเหลี่ยมเข้าโชคเข้าประตูไปแบบหน้าตาเฉยๆ ส่งผลให้แมนซิตี้เอาชนะ ฮัลล์ซิตี้ไปได้ 0-3

ปืนใหญ่เกือบไม่รอด บี้นกขมิ้นแทบตาย

อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือหน้าเหี่ยวของอาร์เซน่อล ยังคงเครียดอีกตามเคยเพราะว่าบ็อกซิ่ง เดย์ เป็นเกมที่พลิคความคาดหมายต่อใครหลายๆคน เวลสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ได้เกียรติรับเชิญจากสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยที่นกขมิ้นเป็นทีมที่น่าจะอันตรายมากเพราะว่าขยับทีมขึ้นมาอยู่โซนกลางตารางได้อย่างดีทำให้เกมนี้ไม่ต้องเน้นอะไรมากเพราะว่าด้วยศักยภาพของทีมก็สู้กันไม่ได้อยู่แล้ว แต่เกมรับเป็นทีมที่โดนยิงประตูน้อยทีมหนึ่ง อาร์แซน เวงเกอร์ส ต้องการ 3 คะแนนเพื่อที่จะขึ้นไปอยู่ที่ 2 กดดันลิเวอร์พูลที่จะแข่งในวันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ถ้าเกมนี้ อาร์แซน เวงเกอร์ ทำได้ก็จะเป็นงานหนักของ เจอร์เก้นท์ คล็อปป์ไปโดยปริยาย

โทนี่ พูลิส ยอมรับสภาพตั้งแต่เกมเริ่มด้วยการแผนให้ลูกทีมลงไปตั้งรับอย่างเหนียวแน่นจนอาร์เซน่อลเป็นฝ่ายที่ครองบอลอยู่ฝ่ายเดียวสูงถึง 75% โดยโอกาสในการยิงในเกมนี้มากถึง 26 ครั้งทำให้เวลสต์บรอมวิช ไม่มีโอกาสที่จะโต้กลับเลย แต่แผนการโจมตีของ เวงเกอร์สนก็ไม่ดีพอที่จะทำให้เกิดประตูในครึ่งแรก จวบจนมาถึง ครึ่งหลัง ลูกทีมของ โทนี่ พูลิส มาพร้อมกับความสามัคคีโดยเฉพาะที่โดดเด่นมาก คราวดิโอ ยาค็อป และ จอนห์นนี่ อีแวนส์ ป้องกันลูกกลางอากาศได้เป็นอย่างดี ทั้งๆที่ อาร์เซน่อลเล่นดีทุกคนแต่จบสกอร์ไม่ได้ จบเกมมาถึงช่วงท้ายน่าจะจบลงไปที่เสมอกัน 0-0 แต่แล้วช่วงเวลาที่รอก็มาถึง เมซุส โอซิล ตักบอลให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูดห์ วิ่งโฉบเข้ามาทำประตูด้วยศีรษะอีกครั้งพาทีมเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนไปได้สำเร็จ 1-0 ขึ้นไปเป็นที่ 2ของพรีเมียร์ลีก ชั่วคราว

 

 

จอดไม่แจ๋ว จิ้งจอกสยาม อันดับร่วงระนาว

เกมบ็อกซิ่ง เดย์ ปีนี้อาจจะยิงกันไม่เยอะมากแต่มีอยู่คู่หนึ่งถือว่าไม่ได้ผิดไปตามฟอร์มที่ตั้งเอาไว้ เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม คิงพาวเวอร์ รับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน 3 คะแนนที่สำคัญมีผลต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อที่จะหนีให้ห่างโซนตกชั้น ส่วนทางด้านของ เอฟเวอร์ตัน ต้องการรักษาระยะห่างของ แมนฯยู ต่อไป จิ้งจอกสยาม ผลงานไม่ดีมากตั้งหลายนัด จบเกมนี้พวกเจาก็มีเพียงแค่ 17คะแนน นั้นถือว่าน้อยมากสำหรับเกือบจะครบการแข่งขันครึ่งแรกของลีก ส่วนทางด้านของ เอฟเวอร์ตัน โรนัลด์ คูมันส์ กลับมาไวมาก พาทีมเลื่อนอันดับขึ้นมาจนมาถึงที่ 7 ครองตำแหน่งนี้ไว้หลายสัปดาห์

ครึ่งแรก รานิเอลี่ พาลูกทีมรักษาสกอร์ได้ดีมาก เกมนรุกที่มาทางริมเส้นของ เอฟเวอร์ตัน ดูไม่อันตรายเจาะเท่าไหร่ก็ไม่ผ่าน เบน ซิมเวล กับ แดนนี่ ซิมสันจนต้องมีกรปรับเปลี่ยนผู้เล่นและแผนใหม่ทำให้เกมครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตัน เป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าจนมาได้ประตูในนาทีที่ 51 เป็นการเปิดยาวของ โจเอล ร็อบเรส ทิ้งมาที่ข้างหน้าแล้ว เควิน มิราราส วิ่งตามมาเอาบอลก่อนที่จะยิงเบิกสกอร์แรกให้กับเอฟเวอร์ตัน หลังจากนั้น เอฟเวอร์ตันทำได้ดีทั้งรุกและรับ เกมเลสเตอร์ ซิตี้ ช็อตไปดื้อๆ ขึ้นเกมก็ไม่ได้ โอกาสยิงประตูก็น้อยแล้วมาเสียสมาธิในช่วงท้ายเกมโดน โรเมรู ลูกากู ยิงปิดท้ายไปในนาทีที่ 91 ทำให้ เอฟเวอร์ตันฉลองชัยชนะในวันบ็อกซิ่งเดย์ แทยที่เจ้าบ้าน เลสเตอร์ ซิตี้